มีลูกเล็ก หายไปเกือบสองปี แต่จริง ๆ แล้วไปเก็บข้อมูลเขียนบทสรุปการแลกไมล์ให้อยู่ครับ
ใช่แล้วครับ ลูกใกล้จะครบสองขวบแล้ว บทความรอบนี้ผมจะมาสรุปประสบการณ์การแลกไมล์ Infant โดยเน้น Business/First Class ครับ และมีจัดอันดับ seat ที่นั่งมา ที่เป็น infant-friendly ให้ด้วยครับ

Qatar’s ex-cathay fleet
Infant Booking
แทบทุกสายการบิน จะมีตั๋ว Infant สำหรับเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบอยู่ครับ โดยมากแล้ว จะราคาประมาณ 10% ของราคาตั๋ว เรียกได้ว่าเสียประมาณแค่ tax & fee นิดหน่อย ดังนั้นช่วงก่อน 2 ขวบเป็นช่วงเวลาที่คุ้มมาก ๆ ที่ถ้าเราต้องการเดินทางพร้อมลูกนั่นเองครับ เกินสองขวบเมื่อไหร่ ตั๋วเด็กโต จะราคาเกือบเท่าของผู้ใหญ่เลยทีเดียว
ตั๋ว infant นั้นจะเป็นแบบนั่งบนตักผู้ใหญ่ และต้องมีผู้ใหญ่เดินทางด้วย 1 คนในเที่ยวบินนั้นเสมอ ไม่สามารถซื้อตั๋ว infant เดี่ยวๆ ได้ ไม่ว่าจะทางออนไลน์ หรือซื้อตรงกับเจ้าหน้าที่สายการบิน โดยตั๋ว infant จะไปผูกกับตั๋วผู้ใหญ่นั้นอีกที
เวลากดซื้อตั๋ว (แบบตั๋วซื้อ) ก็คือเลือก infant ทางออนไลน์ หรือโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่สายการบินช่วยทำให้
แต่ถ้าเป็นการแลกไมล์ ถ้าเป็น infant ก็จะใช้ไมล์ไม่เท่าผู้ใหญ่ แต่ถ้าสองขวบเมื่อไหร่ ใช้ไมล์เท่าผู้ใหญ่เป๊ะ ๆ เลย ดังนั้นก่อนสองขวบคืออายุทองที่จะแลกไมล์
สำหรับการแลก ที่จะรีวิวประสบการณ์ในบทความนี้ จะมี 2 แนวทางครับ
- แบบแรก สายการบินที่เราแลกไมล์ มีให้เลือกใช้ไมล์ออกตั๋ว infant ได้เลยตั้งแต่ตอนจอง อันนี้จะง่าย เพราะไมล์ที่ใช้ก็จะประมาณ 10% ด้วย (เช่น Air Canada, British Airways, Qatar Airways)
- แบบที่สอง สายการบินที่แลก ไม่มีให้แลกไมล์ infant แบบนี้เราจะต้องออกตั๋วผู้ใหญ่ก่อน แล้วค่อยโทรหาสายการบินจ่ายเงินซื้อตั๋ว infant ซึ่งก็จะราคาราวๆ 10% ของตั๋วราคาปกติ (เช่น EVA, Singapore Airlines)

ในช่วงเวลา 2 ปีแรก ผมมีโอกาสได้แลกไมล์ Business/First ประมาณนี้ครับ
- ใช้ไมล์ Air Canada แลกตั๋ว Singapore Airlines
- ใช้ไมล์ Singapore Airlines แลกตั๋ว Singapore Airlines (ต้องโทรไปเพิ่ม infant)
- ใช้ไมล์ Air Canada แลกตั๋ว EVA
- ใช้ไมล์ Qatar แลกตั๋ว Qatar (BC+First)
- ใช้ไมล์ British Airways แลกตั๋ว JAL First
- ใช้ไมล์ EVA แลกตั๋ว EVA (ต้องโทรไปเพิ่ม infant)
สำหรับการแลกตั๋วแบบแรก ที่ใช้ไมล์จ่ายตั๋ว infant ได้เลย ซึ่งผมได้ลองแลกจาก Air Canada, British Airways, และ Qatar Airways (โอนจากบัตรอเมริกาทั้งหมด) ถือว่าแลก infant สะดวกมาก เพราะไม่ต้องแยก booking กับ infant ทำให้จะ manage อะไรก็สะดวก เช่น เลือกอาหาร เลือกที่นั่ง และจ่ายไมล์ จ่ายค่าธรรมเนียมที่เดียวจบเลย บางทีประหยัดกว่าต้องไปจ่ายซื้อตั๋ว Infant เพิ่มด้วย
ที่ได้ลองจะมีสองค่ายคือ Air Canada กับ Avios (British Airways, และ Qatar Airways)
สำหรับ Air Canada แลกที่นั่ง Infant ใกล้ไกลจะใช้เรทเดียวคือ 2,500 ไมล์ ช่วงแรกผมยังไม่รู้ว่า Air Canada แลก infant ได้ด้วย เลยเผลอหลุดจองแยกตั๋วไปหนนึง แต่พอรู้ว่าแลกได้ก็สะดวกดีครับ และแลก infant ถูกมาก ใช้แค่ 2,500 ไมล์ ทุกรูทใช้เท่ากัน แนะนำเลยครับสายการบินนี้แลกไมล์ infant friendly มาก

ได้ลองแลกรูทออสเตรเลีย คุ้มมาก ปกติผู้ใหญ่ใช้ขาละ 45,000 ไมล์ สองคน 90,000 ไมล์ ส่วนเพิ่ม infant ใช้แค่ 2,500 ไมล์เท่านั้นเอง

แลกเส้นทางกรุงเทพ-อเมริกา (Houston) ปกติถ้าแลก EVA ใช้ 80,000 ไมล์ต่อคน ส่วน Air Canada ใช้ 87,500 ไมล์ ก็ถือว่าไม่ต่างมาก แต่ที่แจ่มคือ infant เสียแค่ 2,500 ไมล์เท่านั้น (คิดเป็น 2.8%) รวมเสียไป 90,000 กับค่าธรรมเนียมน่ารักมาก
อีกค่ายที่ได้ลองแลกไมล์ infant เลยคือ Avios ครับ ของทาง Avios จะใช้ 10% ของไมล์ผู้ใหญ่แบบเป๊ะ ๆ
ผมใช้ British Airways Avios แลก เส้นทาง BKK-HND แลก JAL First บินสามคน พ่อแม่ลูก ใช้ 129,780 ไมล์ รูทนี้ Business ใช้ 46,500 ไมล์ และ First ใช้ 61,800 ไมล์ (เรท สิงหาคม 2568)
หักลบแล้ว นั่นคือ infant ใช้ 6,180 ไมล์ หรือ 10% เป๊ะ ๆ นั่นเอง ที่ไม่ได้ใช้ Qatar เพราะแลกสายการบิน partner จาก British ง่ายกว่า คุ้นเคยกว่า ผมจะแลกจาก Qatar ก็ต่อเมื่อต้องการแลกเอา First+Business ในบางรูทที่แถม First ฟรีครับ (ช่วงหลังหายากมาก)
อีกรอบที่ได้แลกคือใช้ Qatar Airways Avios (โอนมาจาก BA) แลกตั๋ว Qatar Business+First เส้นทาง ORD-DOH-BKK ซึ่งรวมสามคนพ่อแม่ลูกใช้ไป 199,500 ไมล์ ซึ่งก็คือเรท Business off-peak ของผู้ใหญ่ 95,000 ไมล์ และ infant 9,500 ไมล์นั่นเอง


Qatar’s First ex-Cathay Boeing 777-300ER
สำหรับสายการบินที่แลกไมล์ infant ไม่ได้ เราก็แค่แลกไมล์ของพ่อแม่ก่อนในเรทผู้ใหญ่ปกติ จากนั้นโทรหาสายการบินที่เราจะบิน (ไม่ใช่สายการบินที่เราแลกไมล์ หากเป็นคนละสายการบินกัน) เพื่อออกตั๋ว infant ครับ มาประกบกับตั๋วแลกไมล์ของพ่อแม่ ก็แค่โทรหาสายการบินให้ทำตั๋วให้ แล้วเราจ่ายค่าตั๋วประมาณ 10% ครับ ผมเคยโทรไปออกตั๋ว CTS-TPE-BKK เสียขาละ 7 พันบาท
ที่เคย add infant ของ Singapore Airlines ก็กรณีเดียวกันครับ ผมเคยออกตั๋วรูท BKK-SIN-NGO เสียขาละ 4525 บาท ก็ถือว่าโอเคเลย

มีเรื่องเล่านึงจากการพยายามแลกไมล์ EVA ที่มีความซับซ้อน พอดีมีแพลนอยากไปญี่ปุ่นกันหลังลูกสองขวบแล้ว แต่ตอนจอง อายุลูกยังไม่ถึงสองขวบ ก็มาเจอ loophole ครับ
ก็คือ การแลกไมล์ EVA ให้ใครก็ตาม คน ๆ นั้นจะต้องมี EVA Infinity MileageLands account เสียก่อน และรูทญี่ปุ่นเป็น sweetspot ที่ดีมากคือ busineess ใช้แค่ 25,000 ไมล์ต่อขาเท่านั้น แต่ปัญหาคือ ถ้ายังไม่ถึงสองขวบก็ยังสมัคร account ไม่ได้ แปลว่าแลกตอนอายุ 1 ขวบครึ่ง เพื่อจะบินตอนหลัง 2 ขวบก็ไม่ได้ ต้องรออายุ 2 ขวบก่อน ถึงจะสมัครได้ และเริ่มออกตั๋วแลกไมล์ได้ ไม่มีทางอื่นครับ ถ้าแพลนแลกไมล์ล่วงหน้าปีนึง แปลว่าก็ต้องรอบินตอนอายุประมาณ 3 ขวบขึ้นไปนั่นเอง
จะแลกของพ่อแม่ก่อน แล้วค่อยแลกของลูกทีหลังตอนอายุถึงสองขวบ พร้อมเปิด account ก็อาจจะไม่ได้ เพราะไม่มีทางรู้ว่าจะมีที่นั่งว่างเหลือหรือเปล่า สุดท้ายก็เลยพับแผนญี่ปุ่นไว้ก่อน เอาให้โตอีกหน่อย

EVA Boeing 787-10
การเลือกที่นั่ง
ที่นั่งของชั้น Business/First มีหลากหลายแบบมาก การทำการบ้านเตรียมตัวก่อนเดินทางสำคัญมาก ต้องดู Seat Map ก่อนเลยครับ ส่วนตัวผมจะพยายามเลือกคู่กลางไว้ก่อน เพราะอยู่ติดกัน เด็กข้ามไปมาได้ง่าย แม่ไปเข้าห้องน้ำก็ส่งมาให้พ่อได้ หรือลูกไม่เอาพ่อ ก็ส่งไปให้แม่ได้ 555 เคยมีหนนึงลองเลือกที่นั่งริมหน้าต่างฝั่งเดียวกันสองที่ที่อยู่คนละแถว แม้เป็นเที่ยวบินสั้นๆ แค่สิงคโปร์-กรุงเทพ ก็รู้สึกไม่ค่อย work เท่าไหร่
แต่มีเที่ยวบินนึงที่โดน involuntary seat change เตะกระเด็นออกจากกัน เดิมเลือกคู่กลาง กลายเป็นนั่งตรงกลางกับริมหน้าต่าง มีทางเดินคั่นกลาง ก็ถือว่าโอเคอยู่ครับ เพราะพอลูกโตขึ้น ใกล้ๆ สองขวบ เริ่มจะชอบดูหน้าต่างเครื่องบินมากขึ้น ถ้าเป็นเที่ยวบินยาว ไม่ค่อยมี foot traffic ของลูกเรือมากเท่าเที่ยวบินสั้น ลูกก็ enjoy สลับไปนั่งระหว่างที่นั่งพ่อและแม่ได้
ผมไม่เคยได้ลองใช้ bassinet เลยครับ เพราะเที่ยวบินแรกที่พานั่ง ก็ตัวยาวเกินจะใช้ bassinet ซะแล้ว
Seat Type ที่เคยพาลูกนั่ง
- Singapore Airlines Medium Haul (STELIA Aerospace) เครื่อง Boeing 787-10 และ Airbus A350-900
- Singapore Airlines Long Haul เครื่อง Boeing 777-300ER
- EVA Reverse Herringbone (Safran Cirrus) เครื่อง Boeing 777-300ER
- EVA (Thompson XL Vantage) เครื่อง Boeing 787-10
- JAL First แบบเก่า เครื่อง Boeing 777-300ER
- Qatar QSuite เครื่อง Boeing 777-300ER (มี Starlink)
- Qatar First เครื่อง Boeing 777-300ER (ลำที่มาจาก Cathay Pacific)
ถ้านับในที่นั่ง Business ด้วยกัน ผมยกให้ Qatar QSuite คือที่หนึ่งสำหรับครอบครัวครับ ที่นั่งคู่กลางคือสะดวกสุดๆ มีประตูปิด เป็นส่วนตัวมาก และพอเอนราบก็กลายเป็นเตียงคู่ ไม่มีที่กั้นกลางเลย ถ้าพ่อแม่นอนขนาบซ้ายขวาก็ไม่ต้องห่วงลูกจะตกเลยครับ เด็กก็ชอบ เล่นอยู่ในนี้ พื้นที่กว้าง ยิ่งเป็นเที่ยวบินยาว ๆ คือดีมาก ของเล่นเด็กก็ดี อาหารผู้ใหญ่หลายอย่างก็ให้เด็กทานได้ เช่น ขนมปัง ไข่ นม โยเกิร์ต ผลไม้

Space ที่นอนคือ the best แต่สุดท้ายกว้างแค่ไหนพ่อก็นอนเฉียงอยู่ดี

ลูกนอน พ่อแม่กิน พื้นที่เหลือเฟือ
ที่สองที่ตามมาติด ๆ ยกให้ Singapore Airlines แต่ต้องเป็นที่นั่ง Bulkhead นะครับ ที่อยู่ด้านหน้าสุด ซึ่งถ้าใช้ตั๋วที่จองมี infant ก็จะเลือกที่นั่งแถวหน้าได้อยู่แล้ว โดยที่เราไม่ต้องเป็น PPS Club member เลยครับ ที่นั่ง bulkhead กว้างมาก เบาะใหญ่มาก เบาะใหญ่ยังกับ first class ทำให้พอพับเป็นที่นอนแล้ว เด็กมีพื้นที่กว้างเลย ข้อเสียข้อเดียวคือมันไม่มีประตู ซึ่งก็เข้าใจได้ ที่นั่งรุ่นนี้เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2013 ก่อนสมัยที่เทรนด์ที่นั่งมีประตูจะเปิดตัวซะอีก

Bulkhead seats ที่กั้นไม่สูงมาก เด็กปีนข้ามได้
ที่นั่งแบบ staggering 1-2-1 ที่เป็นคู่กลาง ก็ถือว่าพอได้ แม้ส่วนใหญ่จะเอา partition ลงมาได้ไม่สุด อย่างของ Singapore Airlines ก็ลงไม่สุด แต่เด็กยังปีนข้ามไปมาได้ 55 ส่วนของการบินไทยยังไม่เคยลองนั่งครับ

SQ Boeing 787-10 นอนใต้โต๊ะกินข้าวไปเลยครับ
ที่นั่ง Reverse Herringbone กลับเป็นที่นั่งที่ลำบากสุด เพราะแม้จะเป็นคู่กลาง แต่ยังห่างกัน และที่นั่งค่อนข้างแคบ พ่อแม่ต้องนอนตะแคงเอา ให้ลูกอยู่ไม่ติดทางเดิน จะได้ไม่นอนตกเตียง ที่บินจะมี EVA Boeing 777-300ER ซึ่งไม่มีประตู เพราะเป็นที่นั่งรุ่นเก่าแล้ว

EVA Boeing 777-300ER
ส่วนการใช้ infant seat beat ก็ขั้นตอนธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษครับ ทางลูกเรือจะรู้อยู่แล้ววว่าเทียวบินนี้มี infant และจะเดินมาแจก seat belt เอง แต่บางสายการบินก็ให้อุ้มเฉยๆ ไม่ต้องใช้ seat belt ก็ได้ครับ เท่าที่บินมา มีแค่ Singapore Airlines ที่จะบังคับให้ใช้ infant seat belt แต่สายการบินที่เหลือก็ให้อุ้มเอา
อาหาร Infant
เรื่องอาหารนี่ตอบยากมาก ๆ เพราะเด็กแต่ละคนชอบอาหารไม่เหมือนกัน เด็กส่วนใหญ่จะทานง่ายกับของที่คุ้นเคย ดังนั้นส่วนใหญ่ลูกผมก็ทานแต่ของซ้ำ ๆ ที่เตรียมไปจากบ้าน จะทานง่ายกว่าอาหารบนเครื่อง
สายการบินส่วนใหญ่จะมีเมนูสองแบบ คือ baby meal ที่มักจะมาเป็นกระปุก หรือเป็นซอง อีกแบบจะเป็นอาหารที่เสิร์ฟบนถาด เป็นอาหารเคี้ยวง่าย แต่ปรากฏว่าลูกผมไม่เอาเลย 555 รสชาดมันไม่คุ้นเคยครับ อาหารกระปุกก็ไม่ค่อยได้ทานบนเครื่อง แต่จะ enjoy เอามาทานที่บ้านมากกว่าซะอย่างนั้น
อาหารที่ทานบนเครื่องที่กินได้เยอะ ๆ ก็จะเป็นไข่ ขนมปัง นม น้ำส้ม enjoy มาก ถือว่าทานง่ายก็ยังโอเค
เรียกว่าจะมารีวิวอาหาร infant ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะลูกไม่ค่อยทานครับ

Enjoy ขนมปังทุกสายการบินฮะ กินเรียบ
ทิ้งท้าย
คำถามสุดท้ายที่คนอาจจะถามบ่อยก็คือ ไม่ห่วงเรื่องรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น ๆ หรือ แล้วลูกร้องในเคบินบ่อยไหม ถ้าลูกร้องทำยังไง
คำตอบนี้คือพ่อแม่จะรู้จักลูกตัวเองดีที่สุดครับ ถ้าอยากรู้ว่าลูกนั่งเครื่องบินไหวไหม ก็ลองพาไปนั่งในประเทศสั้น ๆ ดูก่อน เครื่องบินเล็กส่วนมากจะปรับความดันในเคบินได้ไม่ดีเท่าเครื่องลำใหญ่ ดังนั้นถ้ามีปัญหาเรื่องหูอื้อ เครื่องในประเทศจะมีปัญหาเยอะกว่า และดูว่าลูกเราบินไหวมั้ย และเรา handle ลูกเราไหวหรือไม่
ลูกผม แม้จะมีจังหวะร้องบ้าง แต่ร้องไม่นาน เอาอยู่ภายในไม่กี่นาที บางเที่ยวบินคือไม่ร้องเลย ที่ร้องนานหน่อยคือเล่นเปิดปิด partition กั้นระหว่างสองที่นั่งกลาง แล้วมันกระแทกหนีบนิ้วมือ ร้องจ้ากเลย 5555 อันนี้ทำตัวเอง
อาจจะโชคดีที่ลูกผมค่อนข้างเลี้ยงง่าย นอนง่าย เรารู้ทริกที่ลูกชอบ และทำให้ลูกหยุดร้อง เช่น หาของเล่นดึงความสนใจ พาเดินไปตรง galley หรือพาเดินรอบๆ เคบิน เมื่อลูกร้อง และร้องดังซะด้วย ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องจัดการเสียงร้องนั้นให้ไวที่สุดเพื่อให้ไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น
ที่นั่ง ก็พยายามเลือกหน้าสุด หรือท้ายสุดของเคบิน คิดเสียว่าถ้าเด็กร้องก็รบกวนน้อยที่สุด

ผมพยายามเลือก flight กลางคืน ก่อนขึ้นเครื่องก็พาปล่อยพลัง กินให้อิ่ม ขึ้นเครื่องปั้บเตรียมนอน
นั่ง First คือกดดันที่สุด เตรียมตัวรับมือ
รอบที่นั่ง Qatar Airways First Class โชคดีว่าไม่มีผู้โดยสารท่านอื่นเลย มีแค่พ่อแม่ลูกสามคน และลูกหลับตลอดเที่ยวบิน (กลับไทย Jetlag ยาวๆ 555)
ส่วนรอบที่นั่ง JAL First Class มีผู้โดยสารอื่นอีก 2 ท่าน ที่นั่งริมหน้าต่างฝั่งตรงข้าม ก็จะไม่ค่อยรบกวนเท่าไหร่ครับ และเด็กหลับยาวตลอดเทียวบินเช่นกัน

JAL First 777-300ER แม้จะมีที่นั่งว่าง แต่ลูกก็ต้องนอนกับพ่อแม่และคอยระวัง Turbulence
ข้อดีของการแลกไมล์ของครอบครัวและลูกเล็กคือ มันยกเลิกได้สะดวก เสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อยก็ได้ไมล์คืน แม้ว่าเราต้องแลกล่วงหน้าเกือบปี (แลกสองที่มันหาไม่ง่าย) ถ้าลองเที่ยวบินภายในประเทศแล้ว หรือลองเที่ยวบินต่างประเทศแล้ว เอาลูกไม่อยู่ ผมก็พร้อมเททริปที่เหลือ ยกเลิกเอาไมล์คืนได้ง่าย
สายแลกไมล์ครอบครัว ท่องไว้เลยครับ รีบตักตวงก่อนสองขวบ
นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงเรื่องความยากในการหาที่นั่งว่างเลยครับ ถ้าเป็น Qatar ที่ปล่อยแค่สองที่ต่อเที่ยวบิน ถ้าอายุเกินสองขวบคือโอกาสแลก 3 คนแทบเป็น 0 เลยครับ พอเลยสามขวบแล้วก็จะเหลือไม่กี่สายการบินที่ยังพอแลกไปพร้อมกันได้แบบจ่ายไมล์เต็ม เช่น Singapore Airlines, EVA Air, Cathay Pacific, Finnair เป็นต้น
ลูกยังเล็ก ไม่ได้อยากนั่ง BC หรอก พ่อแม่มันนั่นแหละที่อยาก 🙂
ทิ้งท้ายกันเท่านี้ดีกว่า เอาใจช่วยพ่อแม่ชาวไมล์ทุกคนครับ สวัสดีครับ










You must be logged in to post a comment.